OKMD กระตุกต่อมคิด สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ - Opportunity for All
กระตุกต่อมคิด เพื่อพัฒนาความคิด เพิ่มความรู้ สร้างสรรค์ภูมิปัญญา

5 มรดกโลก ไม่ควรพลาดชมสถานที่จริง

149 | 30 ธันวาคม 2564
5 มรดกโลก ไม่ควรพลาดชมสถานที่จริง
เป็นเวลาหลายศตวรรษหรือนับพันปี สถานที่ที่มหัศจรรย์ที่สุดในสมัยโบราณบางแห่งถูกลืมหรือแอบซ่อนอยู่ในโลก โดยอาจถูกฝังอยู่ภายในป่าทึบ ทะเลทรายอันไกลโพ้น หรือจมลึกอยู่ภายใต้แผ่นน้ำที่กว้างใหญ่
 
ข่าวลือเรื่องเมืองที่สูญหาย หรือการค้นพบโดยบังเอิญจากผู้คนได้นำไปสู่การค้นพบที่เหนือจินตนาการที่เป็นที่ประจักษ์ของคนทั้งโลก หลายแห่งได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก

มรดกโลกบางแห่งเป็นแหล่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาหลายร้อยปีแล้ว จนกระทั่งปัจจุบันเสน่ห์เหล่านั้น ก็ไม่ได้จางหายไป มาเริ่มต้นกันที่ 
 
1. ทัชมาฮาล ประเทศอินเดีย



ทัชมาฮาล ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำทางใต้ของแม่น้ำยมุนา ในเมืองอัคระ รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดียสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2188  สุสานโครงสร้างหินอ่อนงาช้างสีขาวบริสุทธิ์ โดยฝีมือการสกัดหินและแกะสลักของช่างที่มีฝีมือมากที่สุดในจักรวรรดิโมกุล และร่างของมุมตัช มาฮาล มเหสีของพระองค์ถูกฝังอยู่ในห้องใจกลางทัชมาฮาล ที่นี่เป็นการจัดแสดงสถาปัตยกรรมอินโด-อิสลามอันตระการตา และเป็นสถาปัตยกรรมที่สมบูรณ์แบบ จากโดมไปจนถึงแผ่นหินอ่อนที่ละเอียดลออ ประณีตอ่อนช้อยด้วยลวดลายดอกไม้ ใบไม้แบบอิสลาม และหออะซานที่สูงตระหง่านแสดงให้เห็นถึงความสมมาตรตามแนวแกนที่วิ่งผ่านใจกลางโดมหลัก สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิโมกุล ชาห์ จาฮัน และเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่!
 
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมทัชมาฮาลได้ตลอดทั้งปี ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดอยู่ระหว่างเดือนตุลาคมถึงมีนาคม ซึ่งตรงกับฤดูหนาว เพราะในฤดูร้อนตั้งในเดือนเมษายนและพฤษภาคมอากาศจะร้อนมาก ส่วนเดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนกันยายนจะเสี่ยงพบกับฤดูมรสุม 

2. นครวัด ประเทศกัมพูชา



มรดกโลกแห่งนี้ เป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นปราสาทที่เป็นศูนย์รวมทางจิตวิญญาณของผู้คนมาตั้งแต่สมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 12 ที่นี่ยังได้รับการยกย่องในด้านความงามและความกลมกลืนของตัวสถาปัตยกรรม ด้วยผังการสร้างปราสาทเหมือนภูเขา มีระเบียงคดที่กว้างขวาง และมีภาพสลักนูนต่ำกว้างขวาง รวมทั้งภาพเทพเทวดาเรียงรายซ้อนกันอยู่ตามผนังและทางเข้าประตู  ด้านนอกมีคูน้ำขนาดใหญ่และกำแพงโอบล้อมไว้ ด้วยมนต์ขลังและความอลังการของปราสาทนครวัดจึงทำให้เป็นหนึ่งในแหล่งมรดกโลกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากที่สุดในโลก
 
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมปราสาทนครวัดได้ในช่วงที่อากาศดีที่สุดของปี และไม่ร้อนจนเกินไป นั่นคือ ช่วงเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ เพราะเป็นช่วงที่มีอากาศดีไม่ร้อนจนเกินไป

3. มาชูปิกชู ประเทศเปรู


 

โบราณสถานอารยธรรมอินคา หรือเมืองสาบสูญแห่งอินคา สร้างขึ้นในทศวรรษ 1400 และปัจจุบันยังปรากฎหลักฐานทางสถาปัตยกรรม ดาราศาสตร์ ศิลปะ และศาสนาของชาวอินคาอยู่ นอกจากจะเป็นมรดกโลกที่สวยงามด้วยทัศนียภาพที่เขียวชอุ่ม และเป็นภูเขาสูงเหนือแม่น้ำอูรูแบมบา และสัตว์ป่าที่หายากอย่างอัลปาก้าและลามาแล้ว เสน่ห์ที่ชวนให้หลงใหลอีกอย่างหนึ่ง คือปริศนาเรื่องความเป็นมาและสถานที่ตั้ง ซึ่งยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่ามาชูปิกชูถูกสร้างขึ้นเพื่ออะไร และเหตุใดจึงต้องซ่อนตัวอยู่บนหุบเขาสูงชันยากที่จะเดินทางไปถึง ด้วยลักษณะการก่อสร้างขั้นบันไดไล่ลงมาตามความชันของหุบเขา แต่ละชั้นสูง 3 เมตร มีจำนวนทั้งหมด 40 ชั้น ซึ่งถูกเชื่อมถึงกันด้วยบันไดกว่า 3,000 ขั้น และมีสิ่งก่อสร้างซึ่งสร้างด้วยหินกว่า 200 หลัง นับเป็นสิ่งก่อสร้างที่น่าอัศจรรย์ใจบนเทือกแอนดีสแห่งนี้

4. มหาปิรามิดแห่งกิซ่า ประเทศอียิปต์



มรดกโลกที่แสนมหัศจรรย์แห่งนี้ตั้งอยู่กลางทะเลทรายที่เป็นแหล่งรวมอารยธรรมโบราณของโลก คืออารยธรรมอิยิปต์  อารยธรรมที่ที่ล้อมรอบด้วยทะเลทราย และมีแม่น้ำไนล์ไหลผ่าน สร้างขึ้นเมื่อประมาณกว่า 5,000 ปีที่เเล้ว ประกอบด้วยปิรามิดที่ทำหน้าที่เป็นสุสานของกษัตริย์คูฟู (Khufu) กษัตริย์คาเฟร (Khafre) และกษัตริย์คูเร (Menkaure)  ไม่ว่าจะเป็น เรื่องความสูง ความยิ่งใหญ่ การก่อสร้างที่ต้องคำนวนอย่างละเอียด ปริมาณของคนงานที่ต้องประกอบหินแต่ละก้อนที่หนักเป็นตันๆ อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
 
ปิรามิดที่มีขนาดใหญ่ทึ่สุดคือ มหาปิรามิดคูฟู ซึ่งสูงประมาณ 432 ฟุต จากการค้นพบในครั้งแรกเดิมปิรามิดนี้มีความสูง 481.4 ฟุต คาดว่าน่าจะเกิดจากความสึกกร่อน ปัจจุบันได้ติดตั้งโครงโลหะที่ยอด เพื่อให้เทียบเท่ากับความสูงที่แท้จริง โดยประมาณได้ว่า มีหินก้อนมหึมาถึง 2,300,000 ก้อน หนักกว่า 6,000,000 ตัน แต่ละก้อนหนักถึง 2.5 ตัน บางก้อนหนักถึง 16 ตัน กว้างยาวประมาณ 3 ฟุต หรือ 1 เมตร) สถาปัตยกรรมแห่งนี้ ยังคงเป็นปริศนาที่คนในยุคนี้ยังจินตนาการไม่ออกว่า วิธีการลำเลียงหินเพื่อก่อสร้างที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร

5. นครเปตรา ประเทศจอร์แดน



มรดกโลกชั้นนำขององค์การยูเนสโกอีกแห่ง คือ นครโบราณเปตรา ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 2,300 ปีที่แล้ว เป็นตลาดสินค้าสำคัญที่สุดของโลกตะวันออก ไม่ว่าจะชาวอาหรับ หรือชาวกรีกล้วนลำเลียงสินค้าผ่านเส้นทางนี้ทั้งสิ้น โดยเจริญถึงขีดสูงสุดในช่วง 50 ปีก่อนคริสตกาล จนถึงคริสต์ศักราชที่ 70  และเป็นที่รู้จักจาก อัล-คาซเนห์ วิหารอันเป็นสัญลักษณ์ของนครเปตรา ที่แกะสลักเข้าไปในภูเขา สีของหินทรานสีกุหลาบส้มอมชมพู จึงมีชื่อว่า นครศิลาสีกุหลาบ หรือ The city of rose เป็นหินทรายสีกุหลาบ ซ่อนตัวอย่างลึกลับอยู่ในหุบเขาวาดีมูซา หรือหุบเขาโมเสส ตั้งอยู่ระหว่าทะเลเดดซีและทะเลอัคบา นักเดินทางสามารถขี่ม้า อูฐ หรือ เดินลัดเลาะไปตามพื้นหินและทรายกว่า 800 เมตร เพื่อมุ่งหน้าไปในเส้นทางมหัศจรรย์ที่ทางเข้าออกของ เมืองเปตรา คือ บริเวณซอกเขาเรียกว่า ซิค (Siq) เป็นหุบเขาสูง 250 ฟุต ที่คดเคี้ยวไปถึงใจกลางเมืองนั้น เกิดจากการถูกน้ำซัดกัดกร่อนจนเกิดเป็นช่องทางเดินเล็กๆ ระหว่างหุบเขา
 
ความสวยงามของหุบเขาทั้งสองด้าน สวยงามด้วยสีสันของหินสีต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ ชมร่องรอยซากปรักหักพังที่ยังมีร่องรอยให้เห็นการจัดการเรื่องการชลประทานใน การลำเลียงน้ำจากแหล่งน้ำภูเขาเข้าสู่ตัวเมืองได้อย่างน่าทึ่ง และยังมีภาพศิลปะแกะสลักจากภูเขาอีกมากมาย 

สักครั้งในชีวิตที่คุณควรค่าแก่การเดินทางไปเยือนมรดกโลกเพื่อเติมประสบการณ์ชีวิต!!

ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น

"โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น"
1. ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาอันเป็นการวิพากษ์วิจารณ์หรือพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์และราชวงศ์ เป็นอันขาด
2. ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาที่ส่อไปในทางหยาบคาย ก้าวร้าว ... (อ่านทั้งหมด)