OKMD กระตุกต่อมคิด สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ - Opportunity for All
กระตุกต่อมคิด เพื่อพัฒนาความคิด เพิ่มความรู้ สร้างสรรค์ภูมิปัญญา

Talk พิเศษ Knowledge Innovation Trend: Thailand’s Do or Die

536
Talk พิเศษ  Knowledge Innovation Trend: Thailand’s Do or Die

วิทยากร - ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร


มนุษย์มีนวัตกรรมชิ้นแรก ที่ทำให้มนุษย์แตกต่างจากสัตว์ประเภทอื่นๆนั่นก็คือการใช้ไฟ ซึ่งสำคัญต่อมนุษย์มาก เนื่องจากไฟสามารถใช้เป็นสิ่งป้องกันตัว ทำอาหารและปรุงอาหารให้สุก ทำให้สารอาหารได้ไปหล่อเลี้ยงสมอง ซึ่งทำให้มนุษย์เป็นสัตว์ที่ประสบความสำเร็จในการวิวัฒนาการ จนมาถึงในยุคที่มนุษย์เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดนั่นก็คือการทำอุตสาหกรรม มนุษย์ได้ค้นพบเครื่องยนต์ต้นกำลัง หากยิ่งสร้างเครื่องยนต์ใหญ่เท่าไหร่ จะยิ่งสร้างกำลังได้มากขึ้น ทำให้มนุษย์เกิด mobility และทำให้ชีวิตมนุษย์ได้เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนประชากรเริ่มเพิ่มมากขึ้น ทำให้มนุษย์ได้เข้าสู่ยุคของวิทยาศาสตร์ มนุษย์เริ่มนำเครื่องยนต์ต้นตำรับไปใส่ในเครื่องจักรต่างๆเช่น รถไฟ สมัยก่อนมนุษย์ใช้เครื่องยนต์โดยใช้ถ่านไฟเป็นเชื้อเพลิง แต่ปัจจุบันได้มีการวิวัฒนาการมาเป็นน้ำมันเบนซินและดีเซลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


มนุษย์เปลี่ยนแปลงไปใน 200 ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่นักวิทยาศาสตร์มักจะใช้เวลาในการค้นคว้าทดลองที่บริเวณสวนหลังบ้านของตนและมักจะทำงานเป็นเอกเทศ คิดเอง ทำเอง ถ้าหากเกิดการระเบิดขึ้นก็ระเบิดที่โรงงานของตน แต่ปัจจุบันเปลี่ยนวิธีการทดลองมาเป็นแบบมีกระบวนการและวิธีการที่เรียกว่า Research & Development ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีรายงานว่าวิทยาการมีการก้าวหน้าไปมาก จนมีการตระหนักถึงเรื่องของการที่นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถนั่งทำงานอยู่หลังบ้านของตนเพียงคนเดียวได้อีกต่อไป ซึ่งควรที่จะต้องเป็นขบวนการหนึ่งขององค์กรธุรกิจคือ R&D หากนับจากปัจจุบันจะพบว่า R&D ผ่านมาแล้วถึง 5 ยุคสมัย ประกอบไปด้วย


  1. R&D as Ivory tower : เป็นยุคที่ R&D ทำงานแยกกลุ่มจากองค์กรโดยเน้นไปที่การผลักดัน เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อส่งให้ผู้บริโภค โดยไม่สนถึงความต้องการของผู้บริโภคแม้แต่น้อย
  2. R&D as Business : เริ่มมีความคำนึงถึงความสำคัญของ R&D ในการทำงานร่วมกับองค์กรและผู้บริโภคโดยเอากลุ่ม R&D เหล่านี้มาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจและการวิจัย และพัฒนาใช้ความต้องการของผู้บริโภคเป็นสำคัญ
  3. R&D as portfolio : เน้นไปที่การสร้างผลงานให้กับตัวนักวิจัยเอง ซึ่งมีจำนวนสิ่งประดิษฐ์ใหม่ อย่างล้นหลาม หากแต่มีทั้งสิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ รวมถึงบางสิ่งมีความล้ำสมัยจนเกินไปและเป็นจุดสิ้นสุดของ ยุค Invention
  4. R&D as integrative activity : เป็นจุดเริ่มต้นของยุค Innovation มีการเรียนรู้จากผู้บริโภค และ ทำงานกันเป็นทีม
  5. R&D as network : มีการทำงานร่วมกันในหมู่คู่แข่ง คนกลาง หรือผู้บริโภค แบ่งทีมวิจัยกับทีม พัฒนาในองค์กร

ในการประดิษฐ์รถยนต์ ต้องดูก่อนว่าลูกค้าต้องการอะไร ถ้าหากใส่มากไปก็จะกลายเป็นเทคโนโลยีที่ไม่สามารถทำให้ลูกค้าพึงพอใจได้ ความแตกต่างระหว่าง Innovation และ Invention คือ คำว่า Innovation แปลว่า นวัตกรรม คือการพัฒนาสิ่งเก่าให้เป็นรูปแบบใหม่ เป็นคำที่เป็นนามธรรม ไม่สามารถจดสิทธิบัตรได้ แต่คำว่า Invention คือประดิษฐกรรม ซึ่งเป็นการสร้างสิ่งใหม่ เป็นคำพูดที่เป็นรูปธรรม สามารถจดสิทธิบัตรเป็นของตนเองได้


การที่จะนำสิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์มาแปลงเป็นรูปของกำไรหรือเงินได้นั้น ควรเข้าใจตลาดของธุรกิจนั้นๆก่อน ควรมีกระบวนการที่สามารถนำมาพัฒนาได้ อย่างแรกที่ต้องมีคือเงินทุน เพื่อเอามาวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับสินค้านั้น จะได้ข้อยุติทางด้านทฤษฎี ซึ่งจะต้องออกมาเป็นต้นแบบ โดยทั้งสองกระบวนการนี้เป็นหน้าที่ของนักวิทยาศาสตร์ แต่กลับมีช่องว่างระหว่างกระบวนการนี้ เพราะจะต้องมีการทดลองผลิตสินค้าเพื่อมาใช้งานแล้วจึงจะมีการผลิตจำนวนมหาศาล ซึ่งหน้าที่เหล่านี้จะเป็นหน้าที่ของวิศวกร อาจจะต้องใช้ incubator เพื่อช่วยให้ช่องว่างเหล่านี้เชื่อมต่อกันก็เป็นได้


นวัตกรรมไม่ใช่วิทยาศาสตร์แต่เป็นความรู้สึกที่ว่าสิ่งนั้นสามารถขายได้ เป็นผลมาจากการสะสมเรียนรู้และสัญชาตญาณ ซึ่งมีสองแนวคิดที่เกี่ยวกับนวัตกรรม หนึ่งคือแนวคิดทางด้านอเมริกาที่ว่านวัตกรรมสามารถเรียนรู้ได้จากห้องเรียน ส่วนอีกแนวคิดหนึ่งคือทางด้านยุโรปที่ว่านวัตกรรมไม่สามารถเรียนรู้ได้จากห้องเรียนเพราะเป็นสิ่งที่เป็นความคิดและติดตัวมาแต่กำเนิด นวัตกรรมไม่มีข้อยุติเพราะสิ่งนี้เป็นนามธรรม ไม่สามารถเขียนมาเป็นทฤษฎีได้ ซึ่งมี 2 องค์ประกอบ คือเกิดประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค และเกิดผลกระทบในวงกว้าง ขณะนี้โลกอยู่ในยุคที่เรียกว่า Disruption และ Convergence


Disruption ก็คือการที่เปลี่ยนแปลงที่ทำให้ของเก่านั้นถูกทำลายไป เช่น จากกล้องฟิล์มเป็นกล้องดิจิตอล เมื่อเกิด Disruption แล้ว platform เดิมก็จะหายไป สำหรับคำว่า Convergence คือการบูรณาการข้ามสาย การเอาของสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องมารวมกัน ทำให้เกิดสินค้าใหม่ UBER เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่มีการนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาใส่เข้าไปในบริการรับส่งผู้โดยสารโดยรถส่วนตัว ซึ่งมีการค้นพบว่าคนส่วนใหญ่ใช้เงินจำนวนมากในการซื้อรถ แล้วใช้เพียงแค่ 6% ของชีวิตประจำวัน


การพัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีนั้น จะต้องเริ่มด้วยการสอบถามผู้บริโภคว่าเขาต้องการอะไร ตอบสนองความต้องการของลูกค้า ความหลากหลาย ความมีเอกลักษณ์เฉพาะ เช่น การผลิตรถมอเตอร์ไซค์ที่สามารถปรับแต่งรถได้ตามดีไซน์ของตัวเอง รสนิยมของผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนไป กลายเป็นปัจจัยหลักในการทำธุรกิจ ซึ่ง Kotler ออกหนังสือเรื่อง Marketing ขึ้นมาโดยกล่าวว่าวิชาการตลาดสามารถเอามาสอนได้ โดยแนวคิดที่ว่า Marketing มี 3 ยุค ประกอบไปด้วย Marketing 1.0 Marketing 2.0 และ Marketing 3.0 ซึ่งแต่ละยุคจะมีจุดประสงค์ที่ไม่เหมือนกัน การเข้าใจผู้บริโภค แบ่งเป็นอดีต ปัจจุบัน และอนาคต


ในอนาคต การที่ใครจะขายของให้ลูกค้า จะต้องได้จิตวิญญาณของเขาด้วย ต้องสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจ Maslow เป็นนักจิตวิทยาชาวอเมริกัน กล่าวว่าความต้องการมีสองอย่าง คือสิ่งที่จำเป็นต้องได้ และสิ่งที่อยากได้ ประกอบไปด้วยพวกปัจจัย 4 เมื่อมีแล้วสิ่งถัดไปก็คือความปลอดภัย ต้องการความรัก ต้องการความเชื่อ และต้องการความพึงพอใจส่วนตัว ถ้ามนุษย์เข้าใจความต้องการหรือความจำเป็นของผู้บริโภค ควรเอาทฤษฎีของ Maslow ไปใช้


การพัฒนาทางด้านการศึกษา แบ่งออกมาเป็น 3 ยุค ซึ่งประกอบไปด้วย Education 0.0 คือยุค Plato Aristotle การเรียนการสอนแบบนั้นเป็นปรัชญานิยม ยุคต่อมาคือ Education 1.0 เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับศาสนา เป็นจิตนิยม และยุคสุดท้ายคือ Education 2.0 เรียนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เป็นพวกวัตถุนิยม แต่ในอนาคตอาจจะมี Education 3.0 ซึ่งเป็นการเรียนรู้แบบใหม่ เน้นไปที่การบูรณาการข้ามสาย การเป็นนักธุรกิจ และนวัตกรรม ซึ่งเป็นปัจเจกนิยม เช่นการเอาเกมโปเกม่อนมารวมกับระบบ AR ทำให้เกิด Pokemon Go ทำให้เกิดการ Disrupt พวกเกมส์ PS4, Nitendo หรือ Wii


สำหรับประเทศไทย ความสามารถในการแข่งขันประกอบไปด้วย ขนาด (Capacity) และ ความละเอียด (Sophistication) จะต้องใช้ Basic Requirement x Efficiency x Innovation จึงจะได้ค่าการแข่งขันของประเทศนั้นๆ ประเทศที่มีระดับที่ดี คือประเทศที่ไม่มีทรัพยากร ซึ่งเขาจะถูกให้ใช้สมองคิดเป็นหลัก ตัวที่เราต่ำที่สุดคือนวัตกรรม


ดาวน์โหลดเอกสาร (pdf ขนาด 159.26 KB)