OKMD กระตุกต่อมคิด สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ - Opportunity for All
กระตุกต่อมคิด เพื่อพัฒนาความคิด เพิ่มความรู้ สร้างสรรค์ภูมิปัญญา

การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชนวัยอนุบาล

1369
การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชนวัยอนุบาล

การมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง


การพัฒนาความฉลาดทางกาย


พัฒนาการของเด็กอนุบาลเห็นได้ชัดจากความสามารถในควบคุม บังคับ สั่งการร่างกายตัวเองได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เช่น สามารถเดิน วิ่ง กระโดด ปีน ขึ้น-ลงบันไดได้ ถ้าทำได้แล้วก็แสดงว่าสมองส่วนที่รับรู้สัมผัส และการสั่งการร่ายกายได้พัฒนามากขึ้นทุกที



ผู้ปกครองรู้หรือไม่


  • เมื่อเด็กเติบโตถึงวัยอนุบาล เขาต้องการการเคลื่อนไหวร่างกายที่ซับซ้อน เขามีความมั่นใจในความสามารถทางร่างกายของเขาเอง เขาว่องไว ปราดเปรียวขึ้น
  • เมื่อเด็กก้าวถึงวัยอนุบาล เด็กมีความกระตือรือร้นที่จะสำรวจโลกรอบตัว เขาอยากลองดูว่า สิ่งนี้เป็นอย่างไร สิ่งนั้นกับสิ่งนี้ต่างกันตรงไหน ถ้าเราทำแบบนี้จะเกิดอะไรขึ้น ทั้งหมดไม่ใช่เพียงการเล่นสนุกๆ แต่เป็นกระบวนการพัฒนาความคิด และการจัดระบบความคิดของเด็ก
  • เด็กต้องการพื้นที่และเวลาจำนวนมาก
  • เด็กต้องการสำรวจพื้นที่และสภาพแวดล้อมอย่างปลอดภัยและมีอิสระ
  • เด็กต้องการโอกาสที่จะฝึกทักษะปฏิบัติทักษะ และทดลองทำสิ่งต่างๆ เมื่อเขาเคลื่อนไหว สมองของเขาจะพัฒนา
  • เด็กต้องการการเคลื่อนไหวแบบง่าย ถึงซับซ้อน ในร่มและกลางแจ้ง เพราะระบบสมองมีธรรมชาติที่ต้องการพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพอยู่รอดได้

สิ่งที่ผู้ปกครองควรทำ


  • ควรกระตุ้นพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวของเด็ก ให้เด็กได้วิ่ง กระโดด ปีน ฯลฯ
  • ควรจัดหาของเล่น เครื่องมือ กระตุ้นให้เด็กลงมือทำ
  • ควรให้เด็กได้เต้นจามจังหวะสนุก ฟังดนตรี ฟังเพลงเด็ก และเพลงที่พัฒนาสมอง
  • ควรจัดหาอุปกรณ์หลากหลายที่เด็กจะใช้ในการลงมือทำกิจกรรมเอง/ของเล่นมีทั้งสำเร็จรูปและธรรมชาติ
  • ควรกระตุ้นให้เด็กร้องเพลง ตะโกน และออกท่าทาง

สิ่งที่ผู้ปกครองพึงระวังหลีกเลี่ยง


  • อย่าคิดว่าโรงเรียนเท่านั้นเป็นสถานที่ที่เด็กเรียนรู้
  • อย่าคิดว่าการเรียน คือการเขียน คัด บวก ลบ เท่านั้น
  • อย่าคิดว่าการเรียน คือการอ่านหนังสือออกเท่านั้น
  • อย่าห้ามเด็กไม่ให้เล่น
  • อย่าห้ามเด็กทดลองทำสิ่งต่างๆ
  • อย่าจับเด็กมัด หรือขังไว้ในที่แคบๆ
  • อย่าเปิดทีวีให้เด็กดูเพื่อให้เด็กยุติการเคลื่อนไหว
  • อย่าปล่อยให้เด็กเล่นคนเดียวทั้งเดือน ทั้งปี เด็กควรมีเพื่อน ควรได้เล่นกับคนอื่น เล่นในสถานการณ์ต่างๆ
  • อย่าปล่อยให้เด็กเล่นเกมกด/เกมคอมพิวเตอร์
  • อย่าคิดว่าโรงเรียนเท่านั้นที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลเด็ก บ้านไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

การพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์และสังคม


ความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์และจิตใจนั้น เด็กเรียนรู้ได้ตั้งแต่ขวบแรก คำว่า EQ เป็นคำที่ใช้กันเกลื่อน ดูคล้ายกับว่า ถ้าเราดูแลเอาใจใส่ให้ดีแล้ว EQ ของเด็กก็จะดีได้ไม่ยาก แต่ที่จริงความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์มีที่มาชัดเจน



ผู้ปกครองรู้หรือไม่


  • พัฒนาการแห่งอารมณ์และจิตใจของเด็ก เกี่ยวข้องกับการมีความสัมพันธ์กับผู้อื่น ปมเงื่อนสำคัญของการพัฒนาอารมณ์ก็คือ ต้องให้เด็กได้ใช้ชีวิตในโลก ไม่ใช่เก็บเด็กไว้แต่ในห้องหรือในบ้าน ต้องให้เด็กมีเพื่อน ให้รู้จักดีใจ เสียใจ ผิดหวัง สมหวัง ฯลฯ

สิ่งที่ผู้ปกครองควรทำ


  • ฝึกให้เด็กมีมานะอดทน ให้มีนิสัยสู้กับความลำบาก โดยให้เด็กได้ลองทำงานบ้าน ให้เด็กได้รับผิดชอบงานบ้านง่ายๆ
  • สร้างสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้

    • - เปิดเพลงให้ฟัง
    • - อ่านหนังสือให้ฟัง
    • - ชวนกันสวดมนต์
    • - เล่าเรื่องชีวิตแต่หนหลังของครอบครัว และสังคมในอดีต
    • - เตรียมของเล่นที่เหมาะสม

สิ่งที่ผู้ปกครองพึงระวังหลีกเลี่ยง


  • อย่าตกใจแทบสิ้นสติที่ลูกพูดคำหยาบ เด็กยังไม่รู้ว่าหยาบคืออะไร ถ้าเด็กไม่พูดบ่อยนักก็ปล่อยไป ถ้าบ่อยเกินไปก็สอนได้ แต่อย่าห้ามราวกับว่าเป็นความผิดร้ายแรง
  • อย่าเลี้ยงเด็กให้อยู่แต่กับครอบครัว ให้เด็กมีสังคมกว้างขึ้น
  • อย่าเอาอกเอาใจ ประคบประหงมเกินเหตุ ให้เด็กรู้จักอยู่กับความจริง
  • อย่ายกย่องเชิดชูเด็กเกินจริง กระตุ้นและให้กำลังใจ แต่อย่าทำให้เหลิง
  • อย่าคิดว่าพ่อแม่สอนลูกได้เองทุกอย่าง บางอย่างต้องให้ธรรมชาติและสังคมมีส่วนสอนเด็กด้วย

การพัฒนาสติปัญญา


การใช้ประสาทสัมผัสในการสำรวจโลกรอบตัว ประสบการณ์สร้างสรรค์งานศิลปะและดนตรี ตลอดจนการแสดงสิ่งที่ตนเองคิดผ่านภาษากาย ภาษาภาพ ภาษาพูด ภาษาเขียน เปรียบเสมือนเครื่องมือในการพัฒนาสติปัญญาในเด็กเล็ก



ผู้ปกครองรู้หรือไม่


  • การวาดเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้ลงมือใช้ทักษะในการแก้ปัญหา ใช้เวลาในการคิดเรื่องราวต่างๆ เพื่อพัฒนาวิธคิดสร้างสรรค์ เพื่ออธิบายความเข้าใจของเขาที่มีต่อเรื่องของขนาดและปริมาณ (scale) ระยะและมิติ (space) การเปลี่ยนตำแหน่ง (motion) ของสิ่งที่เขากำลังจะวาดนั้น
  • ประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสผ่านทางศิลปะ และความคิดสร้างสรรค์ เป็นความเพลิดเพลินที่มีคุณค่าแก่เด็ก เด็กจะได้สำรวจ ภาพ กลิ่น รสชาติ และลักษณะเนื้อแท้ของสิ่งต่างๆ นี่เป็นการส่งเสริมความมั่นใจและความรู้สึกเป็นตัวตนของเด็ก ขณะเดียวกันเด็กก็พยายาม ตีความโลกรอบตัว ขณะที่เขาออกแบบสร้างสรรค์ แสดงบทบาท ทำและทดลอง เด็กจะสร้างสรรค์จินตนาการส่วนตัวขึ้นมา ตามสิ่งที่เขาเห็นและมีประสบการณ์
  • ความอยากรู้อยากเห็น และจินตนาการของเด็ก สามารถเป็นเครื่องกระตุ้นอย่างทรงพลัง สำหรับการสำรวจศิลปะ ดังนั้น คำพูดที่ว่าเด็กไม่ชอบศิลปะ หรือเด็กเกลียดวิชาศิลปะ จึงเป็นคำพูดที่สะท้อนปัญหาของวิธีการจัดการศึกษามากกว่า

สิ่งที่ผู้ปกครองควรทำ


  • จัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ มาให้เด็กทำงานศิลปะ เช่น ดินสอสี สีเทียน กระดาษวาด พู่กัน จานสี ดินน้ำมัน กาว กรรไกร ดินเหนียว กะละมัง ฯลฯ
  • ลองหาเวลาทำงานศิลปะกับลูกบ้าง แม้คุณจะไม่ชอบทำ ทำไม่เป็น แต่เด็กอยากให้ผู้ใหญ่อยู่ข้างๆทำด้วยกัน โดยเฉพาะครอบครัวที่เด็กไม่มีเพื่อน มีพี่น้องเพียง 2 คน
  • เปิดเพลงหลากหลายให้ลูกฟัง เช่น เพลงเด็ก เพลงไทยเดิม เพลงไทยสากล เพลงสากล สังเกตดูว่าเด็กชอบเพลงแบบไหน เพลงเอะอะอึกทึกเกินไปไม่เหมาะกับสมองเด็ก

สิ่งที่ผู้ปกครองพึงระวังหลีกเลี่ยง


  • อย่าสนใจแต่จะพาลูกไปโรงเรียนศิลปะ ควรสนใจจัดสิ่งแวดล้อมที่บ้านให้เด็กได้ทำงานศิลปะ
  • อย่าคิดว่างานศิลปะที่เด็กทำต้องสวยงาม เหมือนจริง งานศิลปะเด็กเป็นความพยายามที่จะถ่ายทอดจินตนาการในสมองออกมาเป็นภาพ


ผู้ปกครองกับโรงเรียน


  • ผู้ปกครองอาจช่วยเหลือโรงเรียนได้ด้วยวิธีใดบ้าง
  • มีผู้ปกครองที่ชำนาญบางเรื่องและพอใจจะสอนเด็กในชั่วโมงพิเศษบ้างหรือไม่
  • จัดตารางเวลาให้ผู้ปกครองมาทำกิจกรรมพิเศษในห้องเรียนอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
  • ผู้ปกครองอาจเป็นเจ้าของสถานที่ พื้นที่ที่คุณครูอยากจะให้เด็กได้เรียนรู้ คุณครูมีรายการสถานที่เหล่านี้แล้วหรือยัง
  • ผู้ปกครองเคยมาอ่านหนังสือให้นักเรียนฟังหรือยัง
  • ผู้ปกครองเคยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพห้องเรียน และเสนอแนะวิธีปรับปรุงหรือไม่
  • ผู้ปกครองกับคุณครูมีจดหมายสื่อสารถึงกันบ้างหรือไม่
  • คุณครูแนะแนวทางการเขียนอธิบายเกี่ยวกับตัวเด็กให้ผู้ปกครองทราบหรือไม่
  • ผู้ปกครองเคยบอกคุณครูหรือไม่ว่า ลูกหลานของเขามีอะไรเป็นจุดเด่นหรือจุดอ่อน
  • ผู้ปกครองร่วมมือกันจัดกิจกรรมเพื่อเด็กในชั้นบ้างหรือไม่


ตัวอย่างความร่วมมือของบ้านและโรงเรียน


Family Fun Day ในปีหนึ่งๆ โรงเรียนมีวันสนุกสำหรับครอบครัวมาสังสรรค์ กับเด็กๆ บ้างหรือไม่ ความผูกพันเหล่านี้ก่อให้เกิดบรรยากาศแห่งความเชื่อมั่น และความไว้วางใจอย่างลึกซึ้ง


  • จัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ มาให้เด็กทำงานศิลปะ เช่น ดินสอสี สีเทียน กระดาษวาด พู่กัน จานสี ดินน้ำมัน กาว กรรไกร ดินเหนียว กะละมัง ฯลฯ
  • ลองหาเวลาทำงานศิลปะกับลูกบ้าง แม้คุณจะไม่ชอบทำ ทำไม่เป็น แต่เด็กอยากให้ผู้ใหญ่อยู่ข้างๆทำด้วยกัน โดยเฉพาะครอบครัวที่เด็กไม่มีเพื่อน มีพี่น้องเพียง 2 คน
  • เปิดเพลงหลากหลายให้ลูกฟัง เช่น เพลงเด็ก เพลงไทยเดิม เพลงไทยสากล เพลงสากล สังเกตดูว่าเด็กชอบเพลงแบบไหน เพลงเอะอะอึกทึกเกินไปไม่เหมาะกับสมองเด็ก

สิ่งที่ผู้ปกครองพึงระวังหลีกเลี่ยง


  • ผู้ปกครองทำอาหารมาคนละ 1 อย่าง อาจเป็นผลไม้ ไอศกรีม ขนมครก วอฟเฟิล จัดไว้กลางสนาม
  • ผู้ปกครองบางคนอาจมายืนทำอาหารบริการด้วยตนเอง เช่น ก๋วยเตี๋ยว ทอดมัน ขนมครก กล้วยทอด
  • โรงเรียนจัดหาถ้วย แก้ว ชาม ช้อน ไว้บริการ
  • โรงเรียนจัดทำคูปองให้นักเรียนซื้อในราคาถูก นำคูปองมาแลกซื้ออาหาร รายได้จากคูปองนำไปจัดทัศนศึกษา ทำบุญ หรือซื้อหนังสืออ่านให้เด็กอ่าน
  • มีเกมสนุกให้เล่น เช่น โยนห่วง ปาเป้า
  • จัดหาสวนสนุกเล็กๆ หรือเครื่องเล่นมาให้เด็กเล่นบ้าง
  • บนเวทีมีการแสดงสนุกๆของเด็ก และผู้ปกครอง อย่าทำให้เป็นการแข่งขันจริงจัง เน้นให้สนุกสนาน สบายใจ
  • นำการแสดงมายากลมาแสดงให้เด็กดู
  • การจัด Family Fun Day ไม่ควรจัดพร้อมกันทั้งโรงเรียน เพราะจำนวนคนมากเกินไป ทำให้การจัดงานทำได้ยาก อาจจัดทีละ 10 ห้อง ทีละชั้น เป็นต้น


การมีส่วนร่วมของชุมชน


ชุมชน คือ แหล่งรวมองค์ความรู้นานา ในชุมชนมีแปลงผัก ร้านค้า บริษัท สถานที่ทำการต่างๆ โบราณสถาน โบราณวัตถุ เด็กๆ ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับชุมชน ผ่านกิจกรรมที่ได้ปฏิสัมพันธ์กับชุมชนด้วยตนเอง




ชุมชนกับโรงเรียน


  • ชุมชนกับโรงเรียนมีการร่วมมือกันทำงานบางอย่างบ้างหรือไม่
  • ชุมชนมีปฏิทินกิจกรรมอะไรบ้างในแต่ละปี
  • เด็กสามารถมีส่วนร่วมในกิจกรรมตามปฏิทินนั้นได้บ้างไหม
  • สถานที่ในชุมชนที่ยินดีเปิดรับเด็กเข้าไปทัศนศึกษามีที่ใดบ้าง
  • กิจกรรมใดในชุมชนที่เด็กควรลงไปร่วมทำงานด้วย
  • พื้นที่ตรงไหนในชุมชนที่เด็กอาจไปศึกษาได้ในแต่ละเดือนของปี
  • บุคคล สถานที่สำคัญในชุมชนอยู่ที่ไหน ท่านเคยแจ้งข่าวสารเรื่องราวที่สำคัญและมีประโยชน์ต่อเด็กให้คุณครูทราบบ้างไหม


เอกสารเผยแพร่อื่นๆ

เด็กกับเทคโนโลยี ความพอดีอยู่ทีไหน

เด็กกับเทคโนโลยี ความพอดีอยู่ทีไหน

เมื่อเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและมีบทบาทมากขึ้น จะทำอย่างไรให้เด็กๆ ใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน และชาญฉลาด
ทิศทางใหม่ของการจัดการเรียนรู้

ทิศทางใหม่ของการจัดการเรียนรู้

ทำความรู้จัก เข้าใจแนวทางจัดการเรียนรู้รูปแบบใหม่ ร่วมวิเคราะห์ สร้างสรรค์คำตอบให้กับการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 เพื่อนำไปใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม
การสร้างเยาวชนของชาติ เพื่อตอบโจทย์อนาคต

การสร้างเยาวชนของชาติ เพื่อตอบโจทย์อนาคต

“การสร้างเยาวชนของชาติ เพื่อตอบโจทย์อนาคต” ค้นพบความหมายและความสำคัญของ การพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital Development) จากหลากมุมมองของผู้มีส่วนในการวางรากฐานการสร้างเยาวชนของชาติให้เติบโตขึ้นเป็นทุนมนุษย์ที่ทรงคุณค่าในอนาคต 

Brain-Based Learning