OKMD เข้าร่วมประชุมภาคียุทธศาสตร์ ขับเคลื่อน “ปิดเทอมสร้างสรรค์ 2569” ผนึก 32 องค์กรทั่วประเทศ
13 กุมภาพันธ์ 2569 ห้องประชุมกรีน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - เครือข่ายความร่วมมือ “ปิดเทอมสร้างสรรค์ 2569” ภายใต้การผนึกกำลังของ 32 องค์กรภาคีทั่วประเทศ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดประชุมภาคียุทธศาสตร์เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานในช่วงปิดภาคเรียน โดยมี สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD เข้าร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดและแนวทางการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชน
การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการ “ขยับปิดเทอมสร้างสรรค์” ให้เป็นมากกว่ากิจกรรมระยะสั้น แต่เป็นกลไกการเรียนรู้ที่มีโครงสร้างชัดเจน เชื่อมโยงการทำงานตั้งแต่ระดับพื้นที่ ชุมชน ไปจนถึงการขับเคลื่อนเชิงนโยบายระดับจังหวัด มุ่งอุดช่องว่าง ลดอุปสรรคความเหลื่อมล้ำ และสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กไทยกว่า 18 ล้านคนทั่วประเทศ ได้สนุก ทดลอง ค้นหา และพัฒนาศักยภาพของตนเองในช่วงปิดเทอม โดยภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยหน่วยงานด้านนโยบายและสวัสดิการเด็ก การศึกษา เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการพัฒนาเชิงพื้นที่ อาทิ กรมกิจการเด็กและเยาวชน ที่ขับเคลื่อนงานผ่านสภาเด็กและเยาวชนทุกระดับในแนวทางการมีส่วนร่วมจากฐานราก (Bottom-up) พร้อมสนับสนุนงบประมาณกิจกรรมจิตอาสาและการพัฒนาทักษะอาชีพตามบริบทพื้นที่ ขณะที่ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) พัฒนา Learning Station ทั้งในรูปแบบห้องสมุด ศูนย์วิทยาศาสตร์ และหน่วยการเรียนรู้เคลื่อนที่ เพื่อช่วยลดภาวะ Learning Loss และส่งเสริมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องในช่วงปิดภาคเรียน
ในมิติการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต OKMD ได้นำเสนอการดำเนินงานโครงการ Talent Everywhere ระยะที่สอง ผ่านกิจกรรม Music Boost Camp และทุนดนตรีเปิดหมวก เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง และโครงการศูนย์เรียนรู้ดิจิทัลสร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษา ที่มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ดิจิทัลสำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา ขณะเดียวกัน องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ขับเคลื่อนคาราวานวิทยาศาสตร์และโครงการ Job World เพื่อเปิดโลกอาชีพสาย STEM แก่เด็กและเยาวชนในภูมิภาคต่าง ๆ
ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) สนับสนุนเวิร์กชอปและนิทรรศการที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมท้องถิ่นกับสื่อร่วมสมัย ขณะที่ อุทยานการเรียนรู้ TK Park นำบอร์ดเกมมาเป็นเครื่องมือพัฒนาทักษะการคิดเชิงระบบ ร่วมกับ มิวเซียมสยาม ที่จัดกิจกรรม Museum Hopping และ Muse Pass เพื่อขยายประสบการณ์เรียนรู้นอกห้องเรียน รวมถึง สถาบันบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ ที่ผลักดันบอร์ดเกมคาเฟ่ให้เป็นสถานีการเรียนรู้ในชุมชน
ในมิติการพัฒนาเชิงพื้นที่และความเสมอภาค กรุงเทพมหานคร (กทม.) ขับเคลื่อนแนวคิด “พื้นที่ 15 นาทีรอบบ้าน” สู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City) ผ่านกิจกรรม BKK Read & Learn Festival และ Library Alive ขณะที่ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เดินหน้า #ThailandZeroDropout ดึงเด็กกลุ่มเปราะบางกลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ ผ่าน Mobile Learning และทุนนวัตกรรมสายอาชีพ รวมถึง กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ที่เสริมมิติครอบครัวและเด็กปฐมวัย ผ่านกิจกรรม Play Space, Play Facilitator และ Family Workshop
นอกจากนี้ ยังมีภาคีเครือข่ายร่วมสนับสนุน อาทิ มูลนิธิไทยคม ที่พัฒนานวัตกรรมและสนับสนุนสุขภาวะทางจิตของเด็ก และ Thailand Education Partnership (TEP) ที่เชื่อมโยงภาคเอกชนและงบประมาณ CSR ผ่านกลไก Matching Fund เพื่อสนับสนุนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาในจังหวัดนำร่อง
การประชุมภาคียุทธศาสตร์ในครั้งนี้จึงสะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่มุ่งพัฒนา “ปิดเทอมสร้างสรรค์ 2569” ให้เป็นระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง เข้าถึง และเท่าเทียม เพื่อให้ช่วงเวลาปิดภาคเรียนเป็นโอกาสสำคัญในการเสริมสร้างทักษะ ประสบการณ์ และการเติบโตของเด็กไทยทั่วประเทศอย่างยั่งยืน
การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการ “ขยับปิดเทอมสร้างสรรค์” ให้เป็นมากกว่ากิจกรรมระยะสั้น แต่เป็นกลไกการเรียนรู้ที่มีโครงสร้างชัดเจน เชื่อมโยงการทำงานตั้งแต่ระดับพื้นที่ ชุมชน ไปจนถึงการขับเคลื่อนเชิงนโยบายระดับจังหวัด มุ่งอุดช่องว่าง ลดอุปสรรคความเหลื่อมล้ำ และสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กไทยกว่า 18 ล้านคนทั่วประเทศ ได้สนุก ทดลอง ค้นหา และพัฒนาศักยภาพของตนเองในช่วงปิดเทอม โดยภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยหน่วยงานด้านนโยบายและสวัสดิการเด็ก การศึกษา เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการพัฒนาเชิงพื้นที่ อาทิ กรมกิจการเด็กและเยาวชน ที่ขับเคลื่อนงานผ่านสภาเด็กและเยาวชนทุกระดับในแนวทางการมีส่วนร่วมจากฐานราก (Bottom-up) พร้อมสนับสนุนงบประมาณกิจกรรมจิตอาสาและการพัฒนาทักษะอาชีพตามบริบทพื้นที่ ขณะที่ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) พัฒนา Learning Station ทั้งในรูปแบบห้องสมุด ศูนย์วิทยาศาสตร์ และหน่วยการเรียนรู้เคลื่อนที่ เพื่อช่วยลดภาวะ Learning Loss และส่งเสริมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องในช่วงปิดภาคเรียน
ในมิติการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต OKMD ได้นำเสนอการดำเนินงานโครงการ Talent Everywhere ระยะที่สอง ผ่านกิจกรรม Music Boost Camp และทุนดนตรีเปิดหมวก เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง และโครงการศูนย์เรียนรู้ดิจิทัลสร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษา ที่มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ดิจิทัลสำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา ขณะเดียวกัน องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ขับเคลื่อนคาราวานวิทยาศาสตร์และโครงการ Job World เพื่อเปิดโลกอาชีพสาย STEM แก่เด็กและเยาวชนในภูมิภาคต่าง ๆ
ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) สนับสนุนเวิร์กชอปและนิทรรศการที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมท้องถิ่นกับสื่อร่วมสมัย ขณะที่ อุทยานการเรียนรู้ TK Park นำบอร์ดเกมมาเป็นเครื่องมือพัฒนาทักษะการคิดเชิงระบบ ร่วมกับ มิวเซียมสยาม ที่จัดกิจกรรม Museum Hopping และ Muse Pass เพื่อขยายประสบการณ์เรียนรู้นอกห้องเรียน รวมถึง สถาบันบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ ที่ผลักดันบอร์ดเกมคาเฟ่ให้เป็นสถานีการเรียนรู้ในชุมชน
ในมิติการพัฒนาเชิงพื้นที่และความเสมอภาค กรุงเทพมหานคร (กทม.) ขับเคลื่อนแนวคิด “พื้นที่ 15 นาทีรอบบ้าน” สู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City) ผ่านกิจกรรม BKK Read & Learn Festival และ Library Alive ขณะที่ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เดินหน้า #ThailandZeroDropout ดึงเด็กกลุ่มเปราะบางกลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ ผ่าน Mobile Learning และทุนนวัตกรรมสายอาชีพ รวมถึง กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ที่เสริมมิติครอบครัวและเด็กปฐมวัย ผ่านกิจกรรม Play Space, Play Facilitator และ Family Workshop
นอกจากนี้ ยังมีภาคีเครือข่ายร่วมสนับสนุน อาทิ มูลนิธิไทยคม ที่พัฒนานวัตกรรมและสนับสนุนสุขภาวะทางจิตของเด็ก และ Thailand Education Partnership (TEP) ที่เชื่อมโยงภาคเอกชนและงบประมาณ CSR ผ่านกลไก Matching Fund เพื่อสนับสนุนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาในจังหวัดนำร่อง
การประชุมภาคียุทธศาสตร์ในครั้งนี้จึงสะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่มุ่งพัฒนา “ปิดเทอมสร้างสรรค์ 2569” ให้เป็นระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง เข้าถึง และเท่าเทียม เพื่อให้ช่วงเวลาปิดภาคเรียนเป็นโอกาสสำคัญในการเสริมสร้างทักษะ ประสบการณ์ และการเติบโตของเด็กไทยทั่วประเทศอย่างยั่งยืน












