ขอเชิญร่วมบริจาคสนับสนุนโครงการศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ เพื่อร่วมสร้างพื้นที่เรียนรู้แห่งใหม่ไปด้วยกัน
สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน "โครงการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ OKMD : OKMD National Knowledge Center (Ratchadamnoen Center 1 และ 2)" เพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้สาธารณะรูปแบบใหม่ ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกช่วงวัยได้เข้าถึงองค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์การเรียนรู้ที่สอดคล้องกับโลกยุคดิจิทัล โดยเงินบริจาคจะนำไปใช้เพื่อพัฒนาโครงการศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ ซึ่งสามารถบริจาคได้ผ่านระบบ e-Donation ระบบที่กรมสรรพากรรับรอง พร้อมทั้งสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ทันที (ลดหย่อนภาษีหรือหักรายจ่ายได้ 2 เท่า สำหรับเงินบริจาคที่เข้าโครงการฯ ตามเงื่อนไขที่กำหนด)
ทำไม “ศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ” จึงสำคัญ
ในโลกปัจจุบันที่ความเป็นเมืองและการแข่งขันทางเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาคนให้มีความรู้ ทักษะ และความสามารถในการปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน หลายประเทศให้ความสำคัญกับการพัฒนาแหล่งเรียนรู้สาธารณะสมัยใหม่เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง สร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และเชื่อมโยงการเรียนรู้กับชีวิตจริงและเศรษฐกิจเมือง
สำหรับประเทศไทย กรุงเทพมหานครเป็นเมืองใหญ่ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีประวัติศาสตร์การพัฒนาเมืองที่สำคัญ โดยเฉพาะบริเวณถนนราชดำเนิน ซึ่งถือเป็นถนนประวัติศาสตร์ของประเทศ OKMD เล็งเห็นคุณค่าและศักยภาพของพื้นที่แห่งนี้ จึงริเริ่มโครงการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ OKMD National Knowledge Center (Ratchadamnoen Center 1 และ 2) เพื่อพัฒนาถนนราชดำเนินให้เป็นย่านการเรียนรู้สร้างสรรค์ (Creative Learning District) ที่สำคัญของประเทศไทย และเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูเมือง (Urban Revitalization)
แนวคิดของโครงการ
ศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ มีเป้าหมายในการเป็นมากกว่าห้องสมุดหรือแหล่งรวบรวมข้อมูล หากแต่เป็นพื้นที่การเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ การลงมือทำ และการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน
วัตถุประสงค์ของโครงการ
1. สืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาไทย : นำเสนอเรื่องราวประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทย (Thai Wisdoms) ผ่านการผสมผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และส่งต่อองค์ความรู้ของแผ่นดินสู่คนรุ่นต่อไป
2. เป็นศูนย์การเรียนรู้รูปแบบใหม่สำหรับทุกช่วงวัย : สร้างแรงบันดาลใจ ปลูกฝังนิสัยรักการเรียนรู้ตลอดชีวิต ส่งเสริมการค้นพบศักยภาพของตนเอง ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย สนุก และสร้างสรรค์
3. เป็นพื้นที่พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างสรรค์ร่วมกัน : พัฒนาเป็น พื้นที่สาธารณะที่ยืดหยุ่น (Flexible Space) รองรับกิจกรรมการเรียนรู้ การแสดงออก และการแลกเปลี่ยนความคิดของผู้คนที่หลากหลาย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความรู้ และปลดปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์ของสังคม
4. พัฒนาทักษะแห่งอนาคต (Future Skills) : ส่งเสริมทั้งทักษะด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ควบคู่กับ Soft Skills เช่น การคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ ผ่านกิจกรรมและหลักสูตรที่เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง
ศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ ประกอบด้วยพื้นที่การเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อรองรับรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่
1. สแกน QR Code
บริจาคผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร โดยเลือกเมนู "สแกนจ่าย"
2. ชำระเงินบริจาค
เงินบริจาคนำส่งเข้าสู่โครงการศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ (NKC)
3. ระบบบันทึกข้อมูลกับกรมสรรพากรอัตโนมัติ
ข้อมูลการบริจาคถูกบันทึกในระบบภาษี ไม่ต้องยื่นหลักฐานการบริจาค
4. ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ทันที
ลดหย่อน / หักรายจ่ายได้ 2 เท่า ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
บริจาคง่าย โปร่งใส ใช้สิทธิภาษีได้ทันที สามารถตรวจสอบข้อมูลการบริจาคในระบบ e-donation ได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร
https://epayapp.rd.go.th/rd-edonation/portal/for-donation-unit
หมายเหตุ: การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นไปตามกฎหมายและเงื่อนไขของกรมสรรพากร
สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ขอเชิญทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ ผ่านระบบ e-Donation เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนพื้นที่การเรียนรู้สาธารณะให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมไทยในระยะยาว
ทำไม “ศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ” จึงสำคัญ
ในโลกปัจจุบันที่ความเป็นเมืองและการแข่งขันทางเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาคนให้มีความรู้ ทักษะ และความสามารถในการปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน หลายประเทศให้ความสำคัญกับการพัฒนาแหล่งเรียนรู้สาธารณะสมัยใหม่เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง สร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และเชื่อมโยงการเรียนรู้กับชีวิตจริงและเศรษฐกิจเมือง
สำหรับประเทศไทย กรุงเทพมหานครเป็นเมืองใหญ่ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีประวัติศาสตร์การพัฒนาเมืองที่สำคัญ โดยเฉพาะบริเวณถนนราชดำเนิน ซึ่งถือเป็นถนนประวัติศาสตร์ของประเทศ OKMD เล็งเห็นคุณค่าและศักยภาพของพื้นที่แห่งนี้ จึงริเริ่มโครงการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ OKMD National Knowledge Center (Ratchadamnoen Center 1 และ 2) เพื่อพัฒนาถนนราชดำเนินให้เป็นย่านการเรียนรู้สร้างสรรค์ (Creative Learning District) ที่สำคัญของประเทศไทย และเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูเมือง (Urban Revitalization)
แนวคิดของโครงการ
ศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ มีเป้าหมายในการเป็นมากกว่าห้องสมุดหรือแหล่งรวบรวมข้อมูล หากแต่เป็นพื้นที่การเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ การลงมือทำ และการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน
โครงการนี้ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงองค์ความรู้หลากหลายสาขา การพัฒนาทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนความคิดอย่างสร้างสรรค์ อันเป็นรากฐานสำคัญของสังคมแห่งการเรียนรู้
> คลิกเพื่อรับชม แนวความคิดการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ OKMD :OKMD National Knowledge Center <
วัตถุประสงค์ของโครงการ
1. สืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาไทย : นำเสนอเรื่องราวประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทย (Thai Wisdoms) ผ่านการผสมผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และส่งต่อองค์ความรู้ของแผ่นดินสู่คนรุ่นต่อไป
2. เป็นศูนย์การเรียนรู้รูปแบบใหม่สำหรับทุกช่วงวัย : สร้างแรงบันดาลใจ ปลูกฝังนิสัยรักการเรียนรู้ตลอดชีวิต ส่งเสริมการค้นพบศักยภาพของตนเอง ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย สนุก และสร้างสรรค์
3. เป็นพื้นที่พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างสรรค์ร่วมกัน : พัฒนาเป็น พื้นที่สาธารณะที่ยืดหยุ่น (Flexible Space) รองรับกิจกรรมการเรียนรู้ การแสดงออก และการแลกเปลี่ยนความคิดของผู้คนที่หลากหลาย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความรู้ และปลดปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์ของสังคม
4. พัฒนาทักษะแห่งอนาคต (Future Skills) : ส่งเสริมทั้งทักษะด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ควบคู่กับ Soft Skills เช่น การคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ ผ่านกิจกรรมและหลักสูตรที่เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง
ศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ ประกอบด้วยพื้นที่การเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อรองรับรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่
- พื้นที่ห้องสมุด (Living Library) ห้องสมุดสมัยใหม่ที่เชื่อมโยงความรู้จากทั่วโลก พร้อมสื่อการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ, พื้นที่อ่านหนังสือ, ห้องสมุดเด็ก, Co-working Space, Library of Things, Virtual Space, e-Sport และพื้นที่สำหรับผู้พิการ
- พื้นที่เรียนรู้และพัฒนาทักษะ (Learning Space) พื้นที่สำหรับการเรียนรู้ ทดลอง และสร้างสรรค์ ประกอบด้วย Fab Lab, Workshop, Digital Media Center และ Kid’s Maker Space
- พื้นที่เพื่อการแสดงออก (Expression Space) พื้นที่จัดการแสดง นิทรรศการ และกิจกรรมสร้างสรรค์ รวมถึงหอประชุมขนาด 300–350 ที่นั่ง และพื้นที่กิจกรรมสาธารณะ
- พื้นที่บริการวิชาการและสำนักงาน พื้นที่สำหรับการพัฒนาและทดสอบนวัตกรรมการเรียนรู้ และเป็นที่ทำการของ OKMD, TK Park และ Museum Siam
"ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอนาคตการเรียนรู้ของประเทศไทย เพื่อสร้างพื้นที่แห่งโอกาสให้คนไทยทุกคนได้เรียนรู้ เติบโต พร้อมทั้งขับเคลื่อนการพัฒนาเมือง เศรษฐกิจชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงการเรียนรู้ ไปพร้อม ๆ กัน"
ขั้นตอนการบริจาคผ่านระบบ e-Donation เพื่อสนับสนุนโครงการศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ (NKC)
1. สแกน QR Code
บริจาคผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร โดยเลือกเมนู "สแกนจ่าย"
2. ชำระเงินบริจาค
เงินบริจาคนำส่งเข้าสู่โครงการศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ (NKC)
3. ระบบบันทึกข้อมูลกับกรมสรรพากรอัตโนมัติ
ข้อมูลการบริจาคถูกบันทึกในระบบภาษี ไม่ต้องยื่นหลักฐานการบริจาค
4. ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ทันที
ลดหย่อน / หักรายจ่ายได้ 2 เท่า ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
บริจาคง่าย โปร่งใส ใช้สิทธิภาษีได้ทันที สามารถตรวจสอบข้อมูลการบริจาคในระบบ e-donation ได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร
https://epayapp.rd.go.th/rd-edonation/portal/for-donation-unit
หมายเหตุ: การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นไปตามกฎหมายและเงื่อนไขของกรมสรรพากร
สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ขอเชิญทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ ผ่านระบบ e-Donation เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนพื้นที่การเรียนรู้สาธารณะให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมไทยในระยะยาว
"ทุกการสนับสนุนถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ และการพัฒนาสังคมแห่งองค์ความรู้ร่วมกัน"



