ทุนวัฒนธรรม

“ติดศิลป์ บนราชบุรี 2: We are the city”

March 8, 2013

“คนคือเมือง เมืองคือคน” คนเป็นอย่างไร เมืองก็เป็นอย่างนั้น เมืองเป็นอย่างไร คนก็เป็นอย่างนั้น

 

“ติดศิลป์ บนราชบุรี 2” เป็นการแสดงความคิดเห็นที่มีต่อเมืองผ่านงานศิลปะ สะท้อนแง่มุมความเป็นอยู่ของชุมชนเมืองเล็กๆ โดยศิลปินในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ศิลปินรับเชิญจากจังหวัดต่างๆ ตลอดจนศิลปินจากสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) กลุ่ม OCAC ซึ่งผลงานของศิลปินจะัจัดแสดงอยู่ตามจุดต่างๆ ในตัวเมืองราชบุรี

 “ติดศิลป์ บนราชบุรี 2” เริ่มตั้งแต่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 16 มีนาคม 2556 โดยในแต่ละสัปดาห์จะมีการจัดกิจกรรมหมุนเวียน ทั้งศิลปะ ดนตรี และหนังสั้น บริเวณหน้าหอศิลป์ร่วมสมัย เถ้าฮงไถ่: ดีคุ้นส์

“ติดศิลป์ บนราชบุรี 2” นับเป็นต้นแบบการพัฒนาเมือง โดยใช้ศิลปะเป็นสื่อกลางในการเข้าถึงชุมชน สร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้เกิดขึ้นภายในชุมชน ที่หลายๆ ชุมชนน่านำไปเป็นตัวอย่างในการพัฒนาเมือง

——————–

ขอบคุณภาพประกอบจาก หอศิลป์ร่วมสมัย เถ้าฮงไถ่: ดีคุ้นส์

“ระหว่าง ( ) ทาง” อีสานร่วมสมัย

February 15, 2013

* บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ www.creativeokmd.com 

“เราออกแบบสินค้าร่วมสมัยให้มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์บนพื้นฐานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น”

คอนเซปต์ผลิตภัณฑ์ของร้านจำหน่ายของที่ระลึกที่กำลังโด่งดัง และได้รับความสนใจอย่างแพร่หลาย ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอุบลราชธานี มีชื่อว่า “ระหว่าง (  ) ทาง”

กว่า 4 ปีที่ชายหนุ่มชาวใต้คนนี้ใช้ชีวิตนักศึกษาที่จังหวัดขอนแก่น และกว่า 5 ปีที่ดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาศิลปศึกษา ออกแบบกราฟฟิกดีไซน์ และเป็นนักวิจัยอิสระ คุณอุดมรัตน์ ดีเอง หรือคุณคล่อง เจ้าของร้านระหว่างทาง ที่กำลังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วสารทิศที่ได้ไปเยือนจังหวัดอุบลราชธานี และได้แวะ “ระหว่าง (  ) ทาง” ก่อนจะไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ อันเป็นจุดหมายปลายทาง

ครั้งหนึ่งในช่วงชีวิตนักศึกษาคุณอุดมรัตน์ได้มีโอกาสเรียนวิชาเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมอีสาน นั่นคือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในขณะนี้ คุณอุดมรัตน์มีความสนใจจนบังเกิดเป็นความมุ่งมั่นอยากจะให้ศิลปวัฒนธรรมอีสานมีความร่วมสมัย ดังที่เขาได้กล่าวว่า “เราจะทำอย่างไรดี ที่จะนำศิลปวัฒนธรรมของภาคอีสาน มาใช้ในงานออกแบบให้ได้มากที่สุด”

คุณอุดมรัตน์ยังได้เล่าต่อไปอีกว่า การลงศึกษาหาข้อมูลในการวิจัยเรื่องศิลปวัฒนธรรมนี้สำหรับตัวเขาเองมีความได้เปรียบมากตรงที่เขา “ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับวัฒนธรรมของชนชาวอีสาน” ด้วย ความที่เป็นคนต่างถิ่นมาเรียนหนังสือมาเป็นอาจารย์ที่ภูมิภาคแห่งนี้ ทำให้เขาได้รับความเอ็นดูจากผู้หลักผู้ใหญ่ในชุมชนเป็นอย่างมาก จึงได้รับการถ่ายทอดข้อมูลเชิงลึกในเรื่องของศิลปวัฒนธรรมของภาคอีสานแทบจะทุกด้านเลยทีเดียว ทำให้คอนเซปต์เล้าข้าวของเขาถือกำเนิดขึ้นที่ร้านเล็กๆ เป็นครั้งแรกในหอศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยขอนแก่น นี่คือคอนเซปต์ผลิตภัณฑ์ของร้านจำหน่ายของที่ระลึกที่กำลังโด่งดังและได้รับความสนใจอย่างแพร่หลาย ร้านนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอุบลราชธานี มีชื่อร้านว่า “ระหว่าง (  ) ทาง”

 

 

“ผมคิดว่ายุ้งข้าว หรือเล้าข้าวของชาวอีสาน ที่เปรียบเสมือนเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ คือ แหล่งรวบรวมศิลปะหัตถกรรม  รวมถึงวัฒนธรรมแทบจะทุกด้านของชาวอีสาน ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ อันเกี่ยวกับอาชีพกสิกรรม ที่ถูกแขวนเก็บไว้ในยุ้งข้าวทุกครัวเรือน สื่อถึงภูมิปัญญาของชาวอีสานที่ฉลาดหลักแหลม และมีความสมถะอย่างน่าชื่นชม

 

 

 

 

 

การเปิดตัว “เล้าข้าว” ในมหาวิทยาลัยขอนแก่นในขณะนั้นได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในสังคมมหาวิทยาลัย ทำให้ช่วงเวลากว่า 5 ปี ในการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยและการเป็นนักวิจัยอิสระนับว่าคุ้มค่าที่สุด ซึ่งเขายังได้กล่าวด้วยความปราบปลื้มใจอีกว่า

“ด้วยความที่คนอีสาน เป็นคนมีน้าใจโอบอ้อมอารี และมีนิสัยสนุกสนานร่าเริง ทำให้ข้าวของเครื่องใช้ของชาวอีสานเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ที่น่าหลงใหล เราจึงมุ่งที่จะนาเสนอความมีน้ำใจ และความสดใสร่าเริงของพวกเขานี้ ให้โดดเด่นน่าสนใจด้วยการออกแบบกราฟฟิกดีไซน์ให้มีความร่วมสมัยนั่นเอง”

 

จุดเริ่มต้นของคอนเซปต์ “ร้านระหว่าง (  ) ทาง” เกิดขึ้นเพราะความจำเป็นที่คุณอุดมรัตน์ต้องติดตามภรรยา ซึ่งเวลาต่อมาได้ดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ทำให้เขาต้องย้ายตามภรรยามาอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี ดังนั้น ร้าน”ระหว่าง ( ) ทาง” จึงถือกำเนิดขึ้น ซึ่งเขาได้กล่าวถึงการคิดคอนเซปต์ว่า “แนวคิดในช่วงแรกของร้าน ‘ระหว่างทาง’ นี้ ยังไม่ถึงกับลงตัว เพราะที่ผมวางไว้ตั้งแต่แรกก็คือ อยากเปิดร้านขายของที่ระลึก เนื่องจากผมและภรรยาชอบเดินทางท่องเที่ยวอยู่เสมอ แต่ด้วยความที่มีทุนด้านศิลปวัฒนธรรมอยู่ในตัวอยู่แล้ว สินค้าที่ระลึกจึงกลายเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบที่คงความเป็นเอกลักษณ์ทางศิลปวัฒนธรรมของชาวอีสานเรา จึงทำให้คอนเซปต์ร้านจำหน่ายของที่ระลึกอย่างร้าน ‘ระหว่าง ( ) ทาง’ นี้เกิดขึ้น”

 

สินค้าในร้าน “ระหว่าง ( ) ทาง” ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และของที่ระลึกอื่นๆ หลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์วัยรุ่นที่กำลังได้รับความนิยม สไตล์ญี่ปุ่น หรือเกาหลี ล้วนแล้วแต่เป็นวัสดุที่แพร่หลายและนิยมใช้กันในท้องถิ่น อีกทั้งผ้าที่ใช้ในการทอยังเป็นผ้าฝ้าย ผ้าไหม หรือผ้าขิด การย้อมสีผ้าทอต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นศิลปวัฒนธรรมในตัวของชนชาวอีสานเอง และถือเป็นเอกลักษณ์ที่ล้ำค่าของภาคอีสานอีกด้วย

พื้นที่ในการนำศิลปวัฒนธรรมอีสานมาเป็นแนวคิดในการออกแบบทั้งในเรื่องของกราฟฟิกดีไซน์ในเรื่องของโปรดักส์นั้นยังไม่เป็นที่น่าสนใจเท่าที่ควร สิ่งแรกที่คุณอุดมรัตน์นำมาใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ ก็คือ ภาษาอีสานที่เป็นสรรพนามในการใช้เรียกชื่อคน ที่ผู้เรียกมักเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่เกิดความรู้สึกเอ็นดูและหวงแหน อาทิเช่นคำว่า บักหำ, อีหล่า, ผู้บ่าว, ผู้สาว, ฮักแพง, คึดฮอด โดยนำมาใช้ในการออกแบบทั้งโปสการ์ดและสกรีนลงบนเสื้อยืด อีกทั้งยังมีภาพประกอบอย่างตัวการ์ตูนน่ารักที่สื่อความหมายได้อย่างลึกซึ้งและบ่งบอกถึงความชัดเจนของศิลปวัฒนธรรมอีสานเหล่านี้ด้วย

 

“แม้ในช่วงปีแรก สินค้าของที่ระลึกของเรายังไม่ติดตลาดเท่าที่ควร เพราะลูกค้ายังมีความเขินอายที่จะใส่อยู่ แต่เรายังคงยึดมั่นในคอนเซปต์เดิมของเรา เพราะเราอยากจะเป็นต้นแบบ และสร้างพื้นที่ให้แก่ผลิตภัณฑ์ของเรา”

นอกจากนี้ คุณอุดมรัตน์ยังได้นำผ้าฝ้ายทอในอดีตที่ชาวอีสานนำมาย้อมด้วยสีธรรมชาติ มาพัฒนาออกแบบดีไซน์ให้มีความร่วมสมัย ทำให้โปรดักส์ล่าสุดของร้านเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่แวะ ร้าน “ระหว่าง (  ) ทาง”

“เรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอความรู้ ความสามารถของชาวอีสาน ผ่านการออกแบบกราฟฟิกดีไซน์ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความร่วมสมัย” เหล่านี้ คือ สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้แวะชมแวะซื้อสินค้าของร้านระหว่างทางที่คงความเป็นเอกลักษณ์และมีความชัดเจนในเรื่องของศิลปวัฒนธรรมอีสาน หากลูกค้าต้องการอยากจะได้ของที่ระลึกที่บ่งบอกถึงการได้มาเยือนภูมิภาคที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมแห่งนี้ “ร้านระหว่าง (  ) ทาง” สามารถนำเสนอได้ครบถ้วนทุกด้านของศิลปวัฒนธรรมอีสาน และหลากสไตล์ไม่ซ้ำแบบกับร้านอื่นๆ แน่นอน

 

 

นอกจากนี้ร้าน“ระหว่าง ( ) ทาง” ไม่ได้มุ่งขายสินค้าที่ระลึกเพียงอย่างเดียว ทั้งการจัดร้านที่มีสไตล์ร่วมสมัย พนักงานขายในร้าน และบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง ทำให้ลูกค้าและนักท่องเที่ยวที่แวะเยี่ยมชมและเลือกซื้อสินค้าต่างได้รับกลิ่นไอของศิลปวัฒนธรรมอีสาน อีกทั้งยังมุ่งสร้างความเข้าใจให้กับผู้ที่ยังไม่เข้าใจในวัฒนธรรมอีสาน เช่น ภาษาอีสาน และวิถีชีวิตที่เรียบง่ายไม่ยุ่งยากของชาวอีสานอีกด้วย

 

คุณอุดมรัตน์ได้กล่าวอีกว่า ร้านระหว่างทางในอนาคตข้างหน้าจะพยายามนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ผสมผสานระหว่างศิลปวัฒนธรรมอีสานและการออกแบบดีไซน์ที่ทันสมัยให้ได้ ผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่าและมีกลิ่นไอวัฒนธรรมของภาคอีสานได้อย่างครบถ้วนเลยทีเดียว

เพราะสิ่งที่เราต้องการก็คือ เมื่อลูกค้าหรือนักท่องเที่ยวนึกถึง ‘ร้านระหว่าง ( ) ทาง’ แล้ว เขาจะต้องนึกถึงศิลปวัฒนธรรมที่ร่วมสมัยของภาคอีสาน เราจึงอยากจะเป็นระหว่างทางก่อนที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางไปถึงจุดหมาย พวกเขาจะสามารถเก็บเกี่ยวความสุขในศิลปวัฒนธรรมอันร่วมสมัยได้ในระหว่างทางที่จะถึง และนี่คือแบรนด์ของเรา”

จากการได้พูดคุยสัมภาษณ์คุณอุดมรัตน์ หรือคุณคล่อง รู้สึกได้อย่างหนึ่งว่า คุณอุดมรัตน์เข้าใจและเข้าถึงศิลปะและวัฒนธรรมของชาวอีสานอย่างแท้จริง

 

 

แม้จะเป็นคนภาคอื่นของประเทศก็ตามแต่เขาก็ยังพยายามผลักดันวัฒนธรรมในทุกๆ ด้านของภาคอีสานให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และด้วยความเป็น Professional Design ตัวจริง อีกทั้งยังมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำแบบใคร ทำให้ “ร้านระหว่าง (  ) ทาง” กลายเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชาวอีสาน และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นให้สามารถขับเคลื่อนได้อย่างไม่มีวันหยุดนิ่ง

 

 

หากคุณอยากสัมผัสกลิ่นไอศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยของ “ร้านระหว่าง (  ) ทาง” ซึ่งตั้งอยู่ถนนเขื่อนธานี เยื้องกับพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติจังหวัดอุบลราชธานี เกือบถึงสี่แยกถนนราชบุตร อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี หรือสามารถติดต่อได้ที่ 08 1700 7013, 08 9183 6622, 08 9841 3885 แล้วคุณจะได้พบกับร้านระหว่างทางอันมีคอนเซปต์ที่ว่า

“จุดมุ่งหมายของการเดินทาง คือ มิตรภาพระหว่าง (  ) ทาง”
——————–
ที่มา: สัมภาษณ์คุณอุดมรัตน์ ดีเอง เจ้าของ “ร้านระหว่าง (  ) ทาง” จังหวัดอุบลราชธานี

Environmental Graphic Design

January 31, 2013

โดย กฤษณะ ธนะธนิต

* บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ www.creativeokmd.com 

  อ่านต่อ >>

Kanita เครื่องหนังไอเดียจากขนมหวานไทย / Thai Desserts Shape Leather Products by Kanita

January 15, 2013

* บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ www.creativeokmd.com

 

เพราะความเชื่อในการทำสิ่งที่เรารักอย่างจริงจังและตั้งใจจะทำให้เราประสบความสำเร็จได้ คุณคณิตา คนิยมเวคิน จึงนำความชื่นชอบในผลิตภัณฑ์เครื่องหนังและความคุ้นเคยกับขนมหวานไทยๆ ที่คุณยายทำให้ทานตั้งแต่เด็กมารวมกัน เกิดเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องหนังขนมไทยภายใต้แบรนด์ “Kanita”

อ่านต่อ >>

“คุณพระช่วย” ต่อยอดธุรกิจด้วยทุนวัฒนธรรมไทย “Oh My God” (Khun Pra Chūay)

January 15, 2013

* บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ www.creativeokmd.com

 

“คุณพระช่วย” รายการวาไรตี้บันเทิง ที่ตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญของวัฒนธรรมไทยและความพยายามที่จะรักษาและเชิดชูความงดงามอย่างไทยไว้ เป็นเหมือนแรงบันดาลใจก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ นำทุนวัฒนธรรมมาต่อยอดทางธุรกิจจนประสบความสำเร็จอย่างสูง 

อ่านต่อ >>

ความคิดสร้างสรรค์กับการออกแบบอาหาร / Creative Food Design

January 14, 2013

โดย วรธิดา วิทยฐานกรณ์

* บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ www.creativeokmd.com 

“Human beings do not merely wish to eat, but to eat decoratively”

อ่านต่อ >>

ชุมชนเอกราช หมู่บ้านทำกลอง / Drum-making Village of Ekkarat

January 14, 2013

* บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ www.creativeokmd.com 

 

หัตถกรรมพื้นบ้านทรงคุณค่า สืบทอดภูมิปัญญาบรรพบุรุษ

อ่านต่อ >>

กลยุทธ์การเจาะตลาดเอเชียของ K-Pop / Strategy for K-pop spread in Asia

January 14, 2013

โดย ธเนศ เจยเสนานนท์  นักวิชาการพาณิชย์ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

ตัวอย่างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในการแปลงทุนวัฒนธรรมให้เป็นสินค้า

* บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ www.creativeokmd.com 

อ่านต่อ >>

Tao Hong Tai: d Kunst

December 13, 2012

อ่านต่อ >>

Tao Hong Tai d Kunst คิดเป็นได้โอกาส หอศิลป์ร่วมสมัย

December 13, 2012

อ่านต่อ >>

Tao Hong Tai d Kunst หอศิลป์ร่วมสมัย

December 3, 2012

อ่านต่อ >>

“เหตุเกิดที่อัมพวา”

December 3, 2012

อ่านต่อ >>

  • Page 1 of 2
  • 1
  • 2
  • >