รู้จัก OKMD
สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) – สบร. มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Office of Knowledge Management and Development (Public Organization) – OKMD จัดตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกา “จัดตั้งสำนักงานบริหารพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2547” มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2547 มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้มีโอกาสแสวงหา พัฒนาความรู้ความสามารถเพื่อสร้างสรรค์ และพัฒนาคุณภาพความคิดของประชาชนและเยาวชนของประเทศ ทั้งนี้ สบร. ทำหน้าที่เป็นองค์กรในการผลักดันสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอผลงานในรูปแบบต่างๆ เพื่อยกระดับประเทศให้เป็นประเทศชั้นนำทั้งในภาคเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และสังคม
- ในระยะเริ่มแรก ของการจัดตั้ง สบร. ประกอบด้วยหน่วยงานเฉพาะด้านทั้งสิ้น 7 หน่วยงาน ได้แก่
- สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (สอร.)
- ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (ศสบ.)
- สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.)
- สถาบันวิทยาการการเรียนรู้ (สวร.)
- ศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษแห่งชาติ (สมพช.)
- ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไทย (ศลชท.)
- ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม)
- การควบรวมหน่วยงานเฉพาะด้าน ในปี 2550 มติคณะกรรมการบริหาร สบร. ให้ควบรวม 4 หน่วยงานเฉพาะด้าน เป็น 2 หน่วยงาน โดยควบรวม “ศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษแห่งชาติ” กับ “สถาบันวิทยาการการเรียนรู้” เป็นสถาบันส่งเสริมอัจฉริยภาพและนวัตกรรมการเรียนรู้ (สสอน.) และ “สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ” กับ “ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ” เป็น “สถาบันการเรียนรู้และสร้างสรรค์ (สรส.)” ต่อมาในปี 2551 ยกเลิกการควบรวมศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ และสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ เป็นหน่วยงานเฉพาะด้าน 2 หน่วยงานเช่นเดิม ตามมติคณะกรรมการฯ
- การปรับโครงสร้าง สบร. เป็นองค์การมหาชนแบบเดี่ยว ในปี 2553 ตามประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2553 ปรับหน่วยงานเฉพาะด้านเป็นหน่วยงานภายใน นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ มีมติยุบสถาบันส่งเสริมอัจฉริยภาพและนวัตกรรมการเรียนรู้ (สสอน.) และปรับโอนงานการส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษรวมกับภารกิจของสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ และงานการจัดการเรียนรู้ตามหลักการพัฒนาสมอง Brain-based learning รวมกับภารกิจของ สบร. ส่วนกลาง โครงสร้างของ สบร. ประกอบด้วย 5 หน่วยงานภายใน ได้แก่ (1) สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (สอร.) (2) ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (ศสบ.) (3) สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) (4) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไทย (ศลชท.) และ (5) ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม)
- สบร. ส่วนกลาง และ หน่วยงานภายใน 3 หน่วยงาน ในปี 2554 หน่วยงานภายใน 2 หน่วยงาน ได้แก่ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไทย (ศลชท.) และศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม ได้แยกออกเป็นองค์การมหาชนใหม่ ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) วันที่ 28 พฤษภาคม 2554 และพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) วันที่ 9 มิถุนายน 2554

- บทบาทของ สบร. และหน่วยงานภายในสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน)หรือ OKMD เป็นหน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่ควบคุมการดำเนินงานให้เป็นไปตามนโยบายของคณะกรรมการบริหาร สบร. โดยทำหน้าที่จัดระบบบริหารงานภายใน ประสานแผนและงบประมาณ พัฒนายุทธศาสตร์และนโยบายการพัฒนาองค์ความรู้

- สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (สอร.) หรือ Thailand Knowledge Park (TK Park)เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีนิสัยรักการอ่าน รู้จักการแสวงหาความรู้และการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ ในบรรยากาศที่ทันสมัยภายใต้รูปแบบ “ห้องสมุดมีชีวิต” พร้อมทั้งส่งเสริมให้เยาวชนมีโอกาสพัฒนาแลกเปลี่ยน และแสดงผลงานที่มีความคิดสร้างสรรค์
ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (ศสบ.) หรือ Thailand Creative and Design Center (TCDC) เป็นแหล่งทรัพยากรข้อมูลการเรียนรู้ด้านการออกแบบที่สร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้คนไทยปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์เพื่อสร้างสินค้าใหม่หรือผลงานที่เป็นต้นฉบับของตนเอง
สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) หรือ National Discovery Museum Institute (NDMI) ทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้สาขาต่างๆ ผ่านนิทรรศการซึ่งสร้างสรรค์โดยใช้นวัตกรรมใหม่ในการเล่าเรื่องราวของชนชาติ วิถีชีวิต ภูมิปัญญาและเศรษฐกิจไทยในรูปแบบมีชีวิต ที่สามารถจุดประกายความอยากรู้ การตั้งคำถามและปฏิสัมพันธ์ระหว่างนิทรรศการกับผู้ชม เพื่อเกิดทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศโดยรวม
วัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง
- เป็นองค์กรการเรียนรู้ขนาดใหญ่ที่สมบูรณ์ หลากหลาย และเป็นองค์กรนำทางด้านฐานความรู้
- สนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงความรู้ในสาขาต่างๆ เพื่อสะสมความรู้และพัฒนาภูมิปัญญาของตน
- ส่งเสริมสนับสนุนให้มีศูนย์บริการวิทยาการความรู้ในรูปแบบที่หลากหลายในด้านต่างๆ ไม่ว่าประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์แห่งชีวิต สังคม ศิลปะ วัฒนธรรม ค่านิยมหรือวิถีชีวิตของคน
- ส่งเสริมให้มีการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพชีวิตที่สอดคล้องกับสังคมสมัยใหม่และอนาคต
- ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้
- ส่งเสริมให้ประชาชน ได้มีโอกาสพัฒนาความคิดความสร้างสรรค์ที่สามารถสร้างนวัตกรรม ผลผลิต หรืองานจากการผสมผสานภูมิปัญญาของตนเข้ากับความรู้สมัยใหม่
- สนับสนุนให้มีศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนและแสดงผลงานความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบของบุคคลทั่วไปจากทุกแหล่งอารยธรรม
- พัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมเขตร้อนที่ทันสมัย เป็นจุดหมายในการเดินทางของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่สนใจการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาตะวันออก และความรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตที่หลากหลาย
- ส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดกลไกในการเสาะหาการพัฒนาและการใช้ความเชี่ยวชาญของผู้มีความสามารถพิเศษสาขาต่างๆ อย่างเป็นระบบ
อำนาจหน้าที่
- ดำเนินการจัดให้มีระบบการเพิ่มและเผยแพร่ความรู้ และการเรียนรู้เพื่อการสร้างสรรค์ทางปัญญา ไม่ว่าโดยผ่านสิ่งพิมพ์ สิ่งตีพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโนยีอื่นใดอันทันสมัย ซึ่งสามารถดึงดูดความสนใจการเรียนรู้ได้
- ประสานงานหรือสนับสนุน ให้มีการจัดทำศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ห้องสมุดการแสดงหรือการจัดนิทรรศการ ศูนย์การสร้างสรรค์ทางความคิด ในทุกรูปแบบที่ทันสมัย โดยร่วมมือกับหน่วยงานอื่นไม่ว่าหน่วยงานของรัฐหรือภาคเอกชนในกิจการที่เกี่ยวกับการบริการหรือถ่ายทอดความรู้แก่สังคม
- สนับสนุนให้มีการเรียนรู้และการอ่านโดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
- ให้การสนับสนุนกิจกรรมอันเกี่ยวกับการสร้างสรรค์ทางความคิด
- จัดสรรหรือให้การสนับสนุนทางการเงินแก่กิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการเพิ่มและพัฒนาการเรียนรู้และสร้างสรรค์ภูมิปัญญา
- ให้การสนับสนุนการพัฒนา ผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษ
- ปฏิบัติงานหรือดำเนินการอื่นใดตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
วิสัยทัศน์
เป็นองค์กรนำในการพัฒนาความคิด เพิ่มความรู้ สร้างสรรค์ภูมิปัญญาของประชาชน โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้สาธารณะ
พันธกิจ
- จัดให้มีระบบการเรียนรู้สาธารณะ และการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ภูมิปัญญาของประชาชนโดยผ่านกระบวนการเรียนรู้สาธารณะ
- สร้างแหล่งบริการองค์ความรู้รูปแบบใหม่ที่ทันสมัย มีชีวิตชีวา และอุดมด้วยความรู้ที่สร้างสรรค์
- สร้างนวัตกรรมรูปแบบการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
- ส่งเสริมเครือข่ายเพื่อพัฒนาและขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านต่างๆ
ยุทธศาสตร์
ยุทธศาสตร์การดำเนินงานตามแผนบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2555 – 2558
แนวทางการดำเนินงาน
(1) การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อปรับเพิ่มประสิทธิภาพของภาคการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเน้นการใช้องค์ความรู้ นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์เพื่อผสมผสานกับจุดแข็งที่ประเทศไทยมีอยู่ เช่น คุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม ศักยภาพในการให้บริการ ฯลฯ ในการผลิตสินค้าและบริการที่สนองตอบความต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศได้อย่างมีคุณภาพภายใต้ฐานคิดของความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
(2) การส่งเสริมองค์ความรู้และแหล่งเรียนรู้เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา สร้างและใช้ประโยชน์จากแหล่งเรียนรู้และกระบวนการเรียนรู้สาธารณะในรูปแบบที่หลากหลาย น่าสนใจ มีเนื้อหาสาระที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของคนในเมืองและชนบท มีการกระจายออกไปในทุกภูมิภาคและคนส่วนใหญ่เข้าถึงได้สะดวกรวดเร็ว เพื่อให้เป็นกระบวนการเรียนรู้ทางเลือกที่สนับสนุนให้ประชาชนทุกช่วงวัยมีพฤติกรรมนิสัยใฝ่เรียนรู้ตลอดชีวิต
(3) การสร้างเสริมคนไทยให้พร้อมที่จะเป็น “พลเมืองอาเซียน” และสังคมไทยได้รับประโยชน์จากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยเน้นการทำความเข้าใจ เรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนอย่างถ่องแท้ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการประสานความร่วมมือในด้านต่างๆ มากขึ้น
แผนปฏิบัติการ
แผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556
กลยุทธ์/เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์
(1) การสร้างองค์ความรู้และกระบวนการเรียนรู้สาธารณะที่จำเป็น สำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การเตรียมความพร้อมคนไทยสู่ประชาคมอาเซียน และการสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต
(2) การพัฒนาคนไทยให้มีคุณภาพ มีทั้งความใฝ่เรียนรู้ตลอดชีวิต ความรอบรู้ ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะความชำนาญ และความพร้อมที่จะเป็นพลเมืองอาเซียน
(3) การสนับสนุนให้ภาคธุรกิจเอกชนมีศักยภาพเพิ่มขึ้น ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และออกไปประกอบธุรกิจในเวทีประชาคมอาเซียนได้อย่างเข้มแข็งมั่นคง
(4) การประสานภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ตั้งแต่ระดับประเทศกระจายสู่ทุกภูมิภาคและกลุ่มเป้าหมายต่างๆ เพื่อทำงานร่วมกับ สบร. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
[/tog]